เมื่อปัญหาของโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายคุกคามคุณ (เช่น : โรคมะเร็ง โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ, โรคเส้นเลือดในสมองตีบ, คลอเรสเตอรอลสูง, ความดันสูง, โรคไขมันเกาะตับ, โรคไขมันเกาะไต, ไขมันในหลอดเลือดสูง, โรคตับ, ตับอักเสบ, ไตอักเสบ, โรคหอบหืด, โรคลมชัก, โรค SLE, โรคไขข้อ, โรค Bechet, โรคผิวหนังอักเสบแพ้ง่าย, โรคไขข้อ, วัยทอง, ปวดประจำเดือน, มีถุงน้ำที่เต้านม รังไข่, มีบุตรยาก, อ้วน, โรคไทยรอยด์, อ่อนเพลีย เหนื่อยล้า, ต่อมลูกหมากโต, โรคเบาหวาน, เอดส์ (AIDS) หรือ HIV, โรคพุ่มพวง หรือ โรคแพ้ภูมิตัวเอง, อัมพาต อัมพฤกษ์, โรคเก๊า, โรคสะเก็ดเงิน, โรคเรื้อนกวาง, โรคภูมิแพ้, Sex เสื่อม, หย่อนสมรรถภาพทางเพศ, เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ฯลฯ) เรามีคำตอบให้คุณ ว่าต้องทำอย่างไร จึงจะสามารถอยู่กับโรคเหล่านี้ได้อย่ามีความสุข

Note:
อาหารเสริมไม่ใช่ยารักษาโรค อาหารเสริมเพียงช่วยให้ผู้ป่วยใช้ชีวิตอยู่กับโรคที่เป็นอยู่ได้อย่างมีความสุข และ มีสุขภาพแข็งแรง

.

.

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2556

ปรนนิบัติผิวใสไกลสิว

ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาสิววันนี้หรือในอดีต คุณจะพบว่าผิวหน้าของคุณดูสุขภาพไม่ดี หรือกระทั่งไม่เปล่งปลั่งอย่างที่เคย นั่นเพราะสิวส่งผลกระทบต่อสภาพผิวโดยรวม ผลิตภัณฑ์เคลียร์ แอคชั่น จาก นู สกิน เป็นชุดที่ช่วยแก้ไขปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็นสิวในอดีต หรือปัจจุบัน และยังเผยผิวหน้าที่กระจ่างใส แลดูสุขภาพดี ด้วยเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ นักวิทยาศาสตร์ นู สกินผู้เชี่ยวชาญด้านผิว ร่วมมือกันพัฒนาชุดผลิตภัณฑ์ เคลียร์ แอคชั่น ที่ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด โทนเนอร์ และครีมบำรุงทั้งกลางวัน และกลางคืน เพื่อแก้ปัญหาสิวและรอยสิวอย่างตรงจุด

ดิฉันอายุ 35 ปีและมีลูก 1 คน ตลอดชีวิต ดิฉันต้องเผชิญกับปัญหาสิวที่ขึ้น ทั่วใบหน้า ซึ่งทำให้ขาดความมั่นใจมาก ดิฉันเริ่มใช้ เคลย์แพค และชุด เคลียร์ แอคชั่น สภาพผิวดีขึ้นเพียงใช้ 1 เดือน ผิวเริ่มเรียบเนียน เคลย์แพค ถือเป็นเพื่อนรักคนใหม่ของดิฉันเลย หลังจากนั้นดิฉันเริ่มใช้ชุดเอจล็อค ทรานส์ฟอร์เมชั่น และเครื่องกัลวานิค ซิสเต็มส์ ll ภายใน 6 เดือน เผยผิวใหม่จากการผลัดเซลล์ผิว เพิ่มความมั่นใจให้ดิฉันมากขึ้น ขอบคุณ นู สกินที่ช่วยเปลี่ยนชีวิต และยังทำให้ดิฉันดูอ่อนเยาว์ขึ้นกว่าเดิม!

Andrea Soon Yun Nee
วัย 35 ปี นักธุรกิจชาวมาเลเซีย

วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2556

เผยความลับทางวิทยาศาสตร์ เพื่อย้อนสู่ความอ่อนเยาว์

"เทคโนโลยีของ ageLOC ที่ใช้สารอาหารช่วยกระตุ้นการทำงานของยีนส์
หรือ รีเซ็ตกลุ่มยีนส์เพื่อให้กลับไปทำงานได้ดีเหมือนกับในช่วงเวลาอายุ 20 ปี"

ถ้าเป็นสมัยอดีต ความฝันที่ต้องการจะหยุดยั้งความชรา ดูจะมีความเป็นไปได้น้อยมากๆ หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ แต่ทุกวันนี้ความก้าวล้ำทางวิทยาศาสตร์ และ เทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ช่วยให้เราเข้าใกล้ทฤษฎีการต่อต้านความชรามากขึ้น รวมไปถึงการได้ใช้ชีวิตแบบรู้สึกอ่อนเยาว์ พร้อมไปกับการมีสุขภาพที่ดี กับ ครอบครัวกับคนที่เรารักก็ดูจะมีสีสัน มีชีวิตชีวามากขึ้น

เคล็ดลับของการมีอายุที่ยืนยาวขึ้นนั้น มีอยู่หลายประการด้วยกัน เรื่องที่สำคัญเรื่องหนึ่ง คือ การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะจะนำไปสู่การเพิ่มพลังงานในร่างกาย และ การล้างสารพิษ รวมไปถึงทฤษฎีการต่อต้านอนุมูลอิสระ ก็ยังคงฮอตฮิตอยู่อย่างต่อเนื่อง

เริ่มจากทฤษฎีของความเสื่อมชรานั้น เป็นผลมาจากการสะสมสารพิษ ที่เกิดในระดับเซลล์ ซึ่งเป็นส่วนย่อยในร่างกาย อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้น เป็นตัวการสร้างสารพิษตกค้างในร่างกาย และ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ โรคที่เกี่ยวกับความชรา รวมไปถึง มะเร็ง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน และ อัลไซเมอร์ แม้ว่าในคนที่ยังเด็ก และ มีสุขภาพดีก็ยังมีการสร้างอนุมูลอิสระ จำนวนมาก ภายในเซลล์ จากกระบวนการสร้างพลังงานของไมโตรคอนเดรีย ให้ทำงานแย่ลงไปเรื่อยๆ และ สามารถทำให้กระบวนการผลิตพลังงงานแย่ลง นำไปสู่การแก่ตัวลงของเซลล์

อนุมูลอิสระที่มากเกินไปนั้น สามารถทำความเสียหายให้กับสารพันธุกรรม หรือ DNA ได้ ดังนั้นเพื่อที่จะลดความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ สารต้านอนุมูลอิสระนั้น เป็นสิ่งสำคัญต่อกระบวนการ ชะลอวัยในการป้องกัน ทั้งไมโตรคอนเดรีย และ DNA รวมไปถึงวันนี้ เรามีเทคโนโลยีของเอจล็อค ที่ใช้สารอาหารช่วยกระตุ้นการทำงานของยีนส์ หรือ รีเซ็ตกลุ่มยีนส์ เพื่อให้กลับไปทำงานได้ดีเหมือนกับในช่วงเวลาอายุ 20 ปี ให้มากที่สุด เพียงเท่านี้ความรู้สึกสดชื่นมีเรี่ยวแรง พลังชีวิตที่ไม่หยุดนิ่ง ความคิดฉับไว ก็สามารถเกิดขึ้นกับคุณได้ไม่ว่าปัจจุบันตัวเลขของอายุคุณจะเป็นเท่าใดก็ตาม

ปัญหาไวรัสตับอักเสบบี ที่ R2 (อาร์สแควร์) ช่วยได้


ดิฉันเป็นไวรัสตับอักเสบบี แบบเป็นพาหะ เมื่อเดือนเมษายน ตรวจค่าตับ พบค่าตับสูงมาก แพทย์แนะนำให้เจาะเอาเนื้อตับมาตรวจเช็คอย่างละเอียด เพราะอาจจะมีปัญหาร้ายแรงต่อสุขภาพ ดิฉันมีโอกาศรับประทานอาร์สแควร์ ผ่านไป 2 เดือน ไปตรวจค่าตับอีกครั้ง พบค่าตับลดลงอย่างชัดเจน หมอบอกว่าไม่มีปัญหาสุขภาพใดๆ นอกจากนี้เส้นผมที่เคยบาง กลับดกดำหนาขึ้น และ สุขภาพอื่นๆก็ดีขึ้น ทั้งคลอเรสเตอรอลในเลือดและไตรกลีเซอร์ไรด์ก็ลด ความดันที่เคยสูงก็ปกติ อาร์สแควร์ทำให้สุขภาพดีขึ้นได้จริงๆ


คุณมานิดา ชูฤทธิ์ อายุ 59 ปี
ข้าราชการบำนาญ

เมื่อ R-SQUARE (อาร์สแควร์) ทำให้ชีวิตหลังทำเคมีบำบัดดีขึ้น



ดิฉันป่วยเป็นมะเร็ง ได้รับเคมีบำบัดครบแล้ว ผมร่วง และ ผมบางมาตลอด สุขภาพไม่ค่อยสมบูรณ์ พอได้กินอาร์สแควร์ได้ 2 สัปดาห์ ดิฉันรู้สึกได้ถึงความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า นอนหลับได้ดี สดชื่น อาการอ่อนเพลียหายไป ดิฉันจึงรับประทานมาอย่างต่อเนื่อง และ พบว่าผมที่ท้ายทอยที่เคยร่วงและบาง งอกใหม่ได้เร็วมาก และ เป็นสีดำ ผิวพรรณของดิฉันที่ดูเหี่ยวย่นไม่สดใส ก็กลับเปล่งปลั่ง ดูสดใสกว่าแต่ก่อน หลายคนที่รู้จักยังทักว่า ดิฉันฟื้นตัวจากอาการป่วยได้เร็ว สุขภาพแข็งแรง และ ดูสดใสกว่าแต่ก่อน

คุณศิรพร กฤษณกาญจน์ อายุ 56 ปี
ผู้บริหารบริษัทมหาชน

วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

เมื่อ G3 ช่วยให้ ภูมิแพ้ และ การเป็นไข้ ดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ


ครอบครัวมีสุขภาพแข็งแรงด้วยผลิตภัณฑ์จาก นู สกิน ค่ะ

"น้องธาม" ลูกชายวัย 5 ขวบของดิฉัน เมื่อก่อนจะไม่สบายบ่อยมาก ส่วนใหญ่จะเป็นไข้ ตัวร้อน ต้องพาไปพบแพทย์เป็นประจำ คุณหมอตรวจอาการแล้วแจ้งว่า น้องธาม จะมีอาการใกล้เคียงกับภูมิแพ้ เวลาอากาศเปลี่ยนจะเป็นไข้ ต่อมาดิฉัน ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับเครื่องดื่ม G3 เมื่อทราบถึงประโยชน์ และ มั่นใจในบริษัทก็เลยให้น้องธามดื่มเป็นประจำ หลังอาหารเช้า-เย็น น้องธามชอบมากค่ะ
เพราะรสชาติดื่มง่ายเหมือนน้ำผลไม้เข้มข้น หลังอาหารน้องธามจะเรียกหา G3 เอง ทุกครั้งเลยค่ะ เรื่องแรกที่ดิฉันสังเกตได้หลังจากน้องธามดื่ม G3 คือจะรับประทานอาหารได้มากขึ้น เพราะปรกติทานน้อย เรื่องที่ 2 บางวันกลับจากโรงเรียนมา น้องธาม จะเป็นหวัด ตัวร้อน แต่ไม่เกิน 3 วัน ก็จะหายโดยไม่ต้องไปหาหมอเพื่อรับยามาทานเหมือนแต่ก่อน สังเกตอยู่นาน เลยค่ะ เลยยิ่งทำให้มั่นใจว่าน้องธามได้ประโยชน์จากการดื่ม G3 เดี๋ยวนี้สุขภาพแข็งแรงขึ้น ภูมิต้านทานก็ดีขึ้น ค่าใช้จ่ายหาหมอแต่ละเดือนเปลี่ยนมาเป็น G3 เพื่อลูกดีกว่าค่ะ ดิฉันไม่เสียดายเลยเพราะมันคุ้มค่า กับ สิ่งที่ได้รับกลับมา ส่วนดิฉัน และ สามีก็รับประทาน ไลฟ์แพ็ก เป็นประจำอยู่แล้วเพราะรับผ่านโปรแกรมส่งต่อเนื่อง (ARO) เรียกว่าเป็นครอบครัว นู สกิน เรามั่นใจในผลิตภัณฑ์มาก เพราะพิสูจน์ได้อย่างที่บอกจริงๆ ค่ะ
คุณสุรชัย, คุณชยาภรณ์ และ ด.ช.ธัญพิสิษฐ์ เตชุสุเมธ

วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เอจล็อค ศาสตร์แห่งการชะลอวัย (THE SCIENCE OF AGELOC)

เทคโนโลยีสิทธิบัตรทางวิทยาศาสตร์
อีกขั้นของการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของศาสตร์แห่งการต่อต้านริ้วรอย โดยความร่วมมือระหว่าง นู สกิน และ นักวิทยาศตร์ระดับโลก เพื่อศึกษาค้นคว้าวิจัย ถึงแหล่งกำเหนิดของยีนส์ ที่เป็นส่วนสำคัญของ ต้นตอจุดกำเหนิดของริ้วรอยแห่งวัย หรือ ที่เรียกว่า เออาร์ ซูเปอร์มาร์คเกอร์ (age related super markers/arSuperMarkers) พร้อมค้นพบนวัตกรรมที่เป็นเทคโนโลยีขั้นสูง "เอจล็อก (ageLOC)" ที่มีคุณสมบัติโดยตรงกับ เออาร์ ซูเปอร์มาร์คเกอร์

จากการค้นพบนี้ ทำให้ นู สกิน สามารถบ่งชี้ และ วิเคราะห์ถึง เออาร์ ซูเปอร์มาร์คเกอร์ หรือ กลุ่มยีนส์แห่งความอ่อนเยาว์ (Youth Genes Clusters) โดยยีนส์กลุ่มนี้มีหน้าที่หลักในการกำหนดริ้วรอยแห่งวัย ซึ่งมีเพียง เอจล็อค ที่เป็นสิทธิบัตรทางวิทยาศาสตร์ของ นู สกิน เท่านั้น ที่เข้าใจถึงวิธีการทำงานของยีนส์กลุ่มนี้ ที่จะย้อนกลับกระบวนการทำงานเหมือนเช่นวัยเยาว์

สำหรับการค้นพบที่ยิ่งใหญ่นี้ เกิดขึ้นจากความร่วมือ ของนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลก เพื่อพัฒนาศาสตร์แห่งการต่อต้านริ้วรอยแห่งวัย รวมถึงการศึกษาด้านพันธุศาสตร์ที่ใช้เงินลงทุนวิจัยหลายล้านเหรียญสหรัฐ

เข้าถึงแหล่งกำเหนิด
จากหลักทางวิทยาศาสตร์ได้มีการค้นพบเกี่ยวกับยีนส์ของมนุษย์ แต่สำหรับ นู สกิน เราก้าวไปถึง เอจล็อค (ageLOC) ซึ่งเป็นอีกขั้นของศาสตร์การค้นพบ โดยความสำเร็จนี้เกิดขึ้น จากความร่วมมือระหว่าง นู สกิน และ ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อต้านความชราโดยเฉพาะ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางพันธุ์ศาสตร์ ที่ได้ร่วมกันศึกษา และ เข้าใจถึงหลักการของแต่ละกลุ่มหลักของยีนส์ การจำแนกหน้าที่การทำงานของยีนส์แต่ละกลุ่ม เช่น กลุ่มยีนส์แห่งความอ่อนเยาว์ (Youth Genes Clusters) ซึ่งเป็นต้นตอของการก่อเกิดริ้วรอยแห่งวัยที่สำคัญ นู สกิน เชื่อว่าการค้นพบ และ การจำแนกหน้าที่การทำงานของกลุ่มยีนส์เหล่านี้ จะเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำเราออกจากต้นเหตุที่แท้จริงของริ้วรอย

ทั้งผลการวิจัยทางการแพทย์ การวิเคราะห์กลุ่มยีนส์ รวมถึงการทุ่มเทค้นคว้าเทคโนโลยี เอจล็อค ที่เป็นเหมือนสะพานเชื่อมให้นักวิทยาศาสตร์ของ นู สกิน ได้ก้าวไปอีกชั้น สู่การค้นพบระบบการทำงานของกลุ่มยีนส์แห่งความอ่อนเยาว์ และ กระบวนการนี้ ก็มีผลโดยตรงต่อริ้วรอยที่ปรากฎบนผิวของเราด้วยเช่นกัน โดยวิทยาการ เอจล็อค ของ นู สกิน จะสามารถเข้าไปปรับกระบวนการทำงานของกลุ่มยีนส์เหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น พร้อมการฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างสมดุลย์

กำเนิดใหม่แห่งความสมดุล
ความสำคัญของการคืนความอ่อนเยาว์ไม่ใช่อยู่แค่การจำแนก หรือ วิเคราะห์กลุ่มยีนส์ แต่ สิ่งสำคัญที่สุดอยู่ที่ความสามารถในการปรับความสมดุลของกลุ่มยีนส์แห่งความอ่อนเยาว์ (Youth Genes Clusters) ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะยีนส์ ในกลุ่มนี้จะมีการทำงานที่แตกต่างกันคือ ยีนส์กลุ่มหนึ่งต้องปรับการทำงานให้เพิ่มขึ้น ในขณะที่อีกกลุ่มต้องปรับการทำงานให้ลดลง และ ด้วยเทคโนโลยี เอจล็อค ที่เป็นสิทธิบัตรเฉพาะของ นู สกิน คือ ศาสตร์เดียวที่มีความสามารถในการปรับสภาพของกลุ่มยีนส์ให้สมดุล เสมือนผิวกำเนิดใหม่ที่อ่อนเยาว์อีกครั้ง

ย้อนกระบวนการของกลุ่มยีนส์เพื่อกำเนิดใหม่ของผิวที่อ่อนเยาว์

กลุ่มยีนส์แห่งความอ่อนเยาว์ และ สัญญาณของความร่วงโรยทั้ง 8 ประการ
"เป็นที่ชัดเจนว่าการที่เราจะรักษาความอ่อนเยาว์ให้ปรากฎนั้น ยีนส์ก็ควรมีรูปแบบที่อ่อนเยาว์เช่นกัน ด้วยการวิเคราะห์เนื้อเยี่อของมนุษย์เกี่ยวกับพันธุศาสตร์ เราจึงเรียนรู้หน้าที่ความสำคัญของพฤติกรรม ของกลุ่มยีนส์ในการรักษาความอ่อนเยาว์"

ดร.โจเชฟ แชง (Dr.Joseph Chang)
หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ ประจำ นู สกิน
แผนกวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์
ศาสตร์แห่งการค้นพบ
นู สกิน คือผู้นำของศาสตร์แห่งการต่อต้านความเสื่อมชรา ในการศึกษาของ นู สกิน ที่เกี่ยวกับกลุ่มยีนส์แห่งความอ่อนเยาว์ ทำให้ค้นพบอีกขั้น ของหลักการทางวิทยาศาสตร์ และ นำไปสู่การพัฒนาของผลิตภัณฑ์ต่อต้านริ้วรอย ที่กลายเป็นนิยามใหม่ของวงการ จากการเก็บตัวอย่างผิวหนัง และ เนื้อเยื่อของมนุษย์ในห้องทดลอง ทำให้นู สกิน เข้าถึงวิธีการสำคัญในการ รักษาความสมดุลของยีนส์ให้คงสภาพเพื่อคืนความอ่อนเยาว์ ซึ่งที่จริงแล้ว ในการที่เราจะสามารถคงสภาพผิวที่อ่อนเยาว์ได้นั้น เราจะต้องทราบถึงหลักการทางวิทยาศาสตร์อย่างถ่องแท้ เพื่อการฟื้นฟูกระบวนการทำงานของยีนส์ให้คงสภาพความอ่อนเยาว์ที่สมบูรณ์

ก้าวแห่งอนาคต
จากความร่วมมือของผู้ก่อตั้งสถาบันวิจัยยีนส์ ไลฟ์ เจน เทคโนโลยี (LifeGen Technologies) ดร.ริชาจ เวนเดิร์ช (Dr.Richard Weidruch), ดร.โทมัส โพรล์ลา (Dr.Tomas Prolla) และ นู สกิน ที่ทุ่มเวลากว่า 30 ปี ในการศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับกลุ่มยีนส์ที่มีผลต่อการปรากฎของริ้วรอย โดยผลการวิจัยแสดงให้เห็น ถึงการปฏิรูปใหม่ที่เกี่ยวข้องกับอาหารที่คนเรารับประทานเข้าไป หรือที่เรียกว่า Caloric Restriction ซึ่งเปรียบเหมือนเป็นกุญแจสำคัญที่นำเราเข้าถึงวิธีการรักษาความอ่อนเยาว์ โดยการค้นพบครั้งนี้ ถือเป็นการบุกเบิก และ เป็นบันทึกครั้งสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์โลก

จากการศึกษาในเรื่องของการตอบสนองของยีนส์ และ เนื้อเยื่อต่างๆ ที่ได้รับจากอาหารที่รับประทานเข้าไป ช่วยให้ นู สกิน สามารถชี้ชัด และ ยีนยันถึงความเกี่ยวข้องระหว่างยีนส์ และ ความเสื่อมชรา โดยต่อยอดกระบวนการที่เรียนรู้นี้ไปสู่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปอีกในอนาคต

นู สกิน ยังมุ่งมั่นการศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่อง และ จับมือร่วมกับ สถาบันการวิจัยรายใหม่ๆเพิ่มขึ้น เพื่อให้เป็นความเข้าใจที่ลึกซึ้งถึงบทบาทที่แสดงให้เห็นของกลุ่มยีนส์ รวมถึงผลกระทบจากความแปรผันของสภาพผิว ตามกาลเวลาได้อย่างชัดเจน เราเชื่อในศาสตร์ของ เอจล็อค (ageLOC) ว่าจะเป็นคำตอบของการต่อต้านความเสื่อมชรา และ เป็นการบุกเบิกทางวิทยาศาสตร์ ที่เหนือความคาดหมาย ด้วยการจัดการต้นกำเนิดแห่งริ้วรอยที่แท้จริง



'โรคไขมันเกาะตับ' ตอน 2


ไขมันเกาะตับ (Nonalcoholic fatty liver disease (NAFLD) หมายถึงภาวะที่มีไขมันสะสมอยู่ในเซลล์ตับโดยที่คนนั้นไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์หรือดื่มในปริมาณที่น้อยมาก โดยที่ไขมันจะทำให้เกิดการอักเสบของตับและเกิดพังผืด ซึ่งถ้าเป็นไปในระยะยาวก็กลายเป็นโรคตับแข็งได้

เมื่อเป็นโรคไขมันเกาะตับ จะมีการดำเนินโรคอย่างไร?
  1. ผู้ป่วยไขมันเกาะตับที่มีภาวะอักเสบหรือมีพังผืดร่วมด้วย พบว่าร้อยละ 20 หรือ 1 ใน 5 กลายเป็นตับแข็งและร้อยละ 37 เริ่มมีพังผืดในตับ  
  2. มีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบได้ถึงร้อยละ 10 เมื่อได้รับการวินิจฉัยโรคมานาน 10 ปีผู้ป่วยกลุ่มใดที่จะมีการดำเนินโรคไปเป็นตับแข็ง......?
โดยทั่วไปใช้เวลา 10-20 ปี กว่าจะเกิดตับแข็งและพบได้ 1 ใน 5 ของผู้ป่วยโดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภาวะต่าง ๆ ต่อไปนี้

โรคอ้วน (BMI ยิ่งสูง ยิ่งไม่ดี โดยเฉพาะค่า BMI ที่มากกว่า 35 กก./ม2)

เบาหวาน

อายุมากกว่า 45 ปี

ค่าการทำงานตับมีอัตราส่วน AST/ALT มากกว่า 1

ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะพบว่าเป็นโรคตับแข็งได้เร็วขึ้นจุดมุ่งหมายของการรักษามีดังนี้คือ

ป้องกันการเกิดภาวะหัวใจขาดเลือดด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง

โรคอ้วน

ป้องกันการเกิดภาวะตับแข็งด้วยการลดการอักเสบของตับ

ป้องกันการเกิดมะเร็งที่อาจพบแทรกซ้อนได้

โรคไขมันเกาะตับที่มีภาวะอักเสบหรือมีพัง ผืดร่วมด้วยจะรักษาได้หรือไม่? อย่างไร?
  1. มุ่งลดปัจจัยเสี่ยง เช่น เบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูงที่พบร่วมด้วยให้ดี 
  2. ต้องลงมือปฏิบัติโดยปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตประจำวัน จึงจะได้ผลในการรักษา ดังนี้
    • งดดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดหรือลดการดื่มแอลกอฮอล์ให้น้อยลงจนเลิกดื่ม
    • ควบคุมอาหารที่มีพลังงานสูงเกินความต้องการร่วมกับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ 
  3. การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พบว่า มีผลต่อการลดภาวะอักเสบของตับได้อย่างชัดเจน ซึ่งยืนยันได้จากทั้งผลตรวจเลือดค่าทำงานตับหรือผลการเจาะตับ
    • เดินรอบสวนลุมพินี 2.5 กม. ใช้เวลา 20-30 นาที ได้ 3,100 ก้าว (150-280 กิโลแคลอรี ขึ้นกับ ความเร็วที่ใช้เดิน)
    • เดินให้ได้ 10,000 ก้าว/วัน จะได้ 450-800 กิโลแคลอรี หรือดูกิจกรรมที่ทำได้ดังในตารางที่ 1 
    • ควรวางเป้าหมายไว้ที่ 1 กิโลกรัมต่อสัปดาห์ (ไม่ควรเกิน 1.6 กิโลกรัมต่อสัปดาห์) โดยเลือกกิจกรรมการออกกำลังกายที่เป็นการออกกำลังกายระดับปานกลาง 
    • การออกกำลังกายในระดับสูง (High intensity physical activity) จะช่วยเผาผลาญไขมันคิดเป็นพลังงานได้ประมาณ 2 เท่า ของการออกกำลังกายในระดับปานกลางแต่อาจจะมีผลเสียต่อข้อและกระดูก
การขี่จักรยานมักต้องใช้ระยะเวลานานกว่าการเดินเร่งหรือวิ่ง เพราะเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้ลงน้ำหนัก (Non-Weight-Bearing)

ส่วนวิธีประเมินผลว่าเป็นการออกกำลังกายในระดับ moderate intensity physical activity หรือไม่ทำได้ดังนี้

ให้ใช้อัตราการเต้นของหัวใจ ซึ่งคำนวณจากค่า (220 ลบ อายุ) คูณ (ร้อยละ 50-70) เช่น ผู้ป่วยอายุ 40 ปี เมื่อออกกำลังกายในระดับปานกลางแล้วควรมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ (220–40) x 0.5 = 90 หรือ (220–40) x 0.7 = 126 หรือมีอัตราการเต้นของหัวใจระหว่าง 90-126 ครั้ง/นาที

ข้อมูลจาก
  1. นายแพทย์สมบัติ ตรีประเสริฐสุข ศูนย์โรคตับและปลูกถ่ายตับ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
  2. นายแพทย์สุรพงศ์ อำพันวงษ์ 
ที่มา : 'โรคไขมันเกาะตับ' ตอน 2 - ชีวิตและสุขภาพ

.

.